'' หมีอยากเป็นหมอ。◕‿◕。 ''

เส้นทางในการเรียนหมอ

1.สำรวจตัวเองอยากเป็นหมอจริงไหม ???

1. เคยเอาดินสอกดมาจิ้มแขนเพื่อนแล้วจินตนาการว่าเป็นเข็มฉีดยามั้ย??
2. เคยเดินเข้าไปในโรงพยาบาลแล้วเอาแต่จ้องหมอเพราะรู้สึกว่ามันดูเท่มากโลยยยย~~
3. เคยจินตนาการว่าได้ใส่ชุดหมอรึป่าวว?? 
4. แล้วถ้าวันหนึ่งได้เป็นหมอขึ้นมาจริงๆคงจะดีใจจนบ้านพังเลยแหละ555555
5. อยากเป็นหมอเพราะคำนิยามสั้นๆคือ...อยากรวยใช่มั้ย??

คนส่วนใหญ่คงจะอยากเป็นเป็นหมอด้วยความคิดทีว่า หมอน่าจะรวย หางานง่าย ดูเหมือนจะสบายวันๆอยู่แต่ในห้องแอร์ แต่จริงๆแล้วมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด คุณยังจะรับได้มั้ย??

2. อยากเป็นหมอ...รับเรื่องเหล่านี้ใด้ไหม??
คณะแพทย์...คณะเด็กเนิร์ด อ่านหนังสือทั้งวัน
คณะแพทย์...กิจกรรมน้อยเพราะเรียนเยอะ
คณะแพทย์...ต้องเก่งภาษาอังกฤษ
คณะแพทย์...จะเข้าได้ต้องเก่งทุกวิชา
คณะแพทย์...เด็กศิลป์ห้ามเข้า! 99.99%
คณะแพทย์...กลัวเลือด กลัวผี เรียนไม่ได้

เเพทย์เค้าเรียนอะไรกัน??
ปี 1 - เรียนเตรียมแพทย์ วิชาสามัญทั่วไป วิทยาศาสตร์ เน้นทางด้านชีววิทยาที่จะต่อยอดไปสู่การเรียนแพทย์  ภาษาอังกฤษซึ่งมีความสำคัญมาก รวมไปถึงวิชาด้านสังคมศาสตร์อื่น ๆ ด้วย
ปี 2-3 - เรียนพรีคลินิกซึ่งก็คือความรู้เบื้องต้นของแพทย์ เช่น กายวิภาคศาสตร์ สรีรวิทยา พยาธิวิยา เภสัชวิทยา ฯลฯ ทุกวิชาเหล่านี้นับว่าสำคัญมากสำหรับการเป็นแพทย์  การเรียนมักเป็นการท่องจำค่อนข้างมาก และต้องแม่นมากจริง ๆ ในบางเรื่อง นับว่าหนักและเหนื่อยพอสมควร
ปี 4-5 - เรียนคลินิก ซึ่งจะได้ปฏิบัติงานบนหอผู้ป่วยจริง  การเรียนจะเวียนไปตามแผนกต่าง ๆ ซึ่งจะมีเวลาการเรียนที่ต่าง ๆ กัน จะหนักมากในแผนกอายุรกรรม และ ศัลยกรรม  จะเริ่มมีการอยู่เวร ต้องอดนอนพอสมควร รวมถึงยังมีการสอบทางวิชาการอยู่ ทำให้นอกจากต้องทำงานแล้วยังต้องอ่านหนังสือควบคู่ไปด้วย นับว่าหนักและโหดมาก  นักศึกษาส่วนใหญ่มักเริ่มท้อในช่วงนี้(ไม่ได้ขู่นะ..) 
ปี 6 - เวชปฏิบัติ คล้ายกับว่าเป็นหมอจริง ๆ แล้วล่ะ การเรียนคล้ายกับปี 5 แต่หนักกว่าหลายเท่าตัว(มากกก..)  บางครั้งต้องอดนอนติดต่อกันหลายวัน ทำให้ร่างกายอ่อนแอ บวกกับการได้อยู่กับเชื้อโรคทั้งวัน ทำให้ไม่สบายได้ง่ายมาก ๆ มีการไปดูงานตามโรงพยาบาลต่าง ๆ  บางโรงเรียนแพทย์จะส่งไปหาประสบการณ์ภายนอก  การเรียนในชั้นนี้มักเรียกว่า เอกซ์เทินนั่นเอง
พอจบปี 6 น้องก็จะถูกส่งตัวไปประจำตามโรงพยาบาลศูนย์ตามต่างจังหวัดในปีแรก (อินเทิน) ซึ่งจะค่อนข้างอุ่นใจเพราะยังมีแพทย์รุ่นพี่ ร่วมถึงอาจารย์แพทย์คอยดูแล  พอขึ้นปีที่ 2 คราวนี้ก็ต้องออกไปใช้ทุนตามโรงพยาลชุมชน บางโรงพยาบาลอาจมีแพทย์เพียง 2 - 3 คนเท่านั้น  น้องจะได้ใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เต็มที่กันคราวนี้ล่ะ  ทั้ง 3 ปีนี้เราเรียกว่าไปใช้ทุนครับ
  
สาขาของแพทย์เฉพาะทาง
อายุรแพทย์
 - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์
สูตินรีแพทย์
 - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวชวิทยา
ศัลยแพทย์
 - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์
ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์
 - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ (ศัลยกรรมกระดูกและข้อ)
จักษุแพทย์
 - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุวิทยา
จิตแพทย์
 - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชศาสตร์
แพทย์โสตศอนาสิก
 - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโสตศอนาสิกวิทยา
พยาธิแพทย์
 - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพยาธิวิทยา
รังสีแพทย์
 - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีวิทยา
วิสัญญีแพทย์
 - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวิสัญญีวิทยา
กุมารแพทย์
 - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์
แพทย์เวชปฏิบัติครอบครัว
 - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชปฏิบัติครอบครัว
แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู
 - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู
แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน
 - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน



  ขอบคุณข้อมูลจาก  Aum Nattaya

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น