เจาะลึกแพทย์เฉพาะทาง

อายุรแพทย์ < หมอวิเคราะห์โรค >
ลักษณะการทำงานคือ
     สำหรับหมออายุรกรรมไม่มีแดดร้อนแน่นอน เพราะอยู่ในตึกทั้งวัน ผิวดีทุกคน ไม่ได้เจอแสง มาตั้งแต่เช้ากลับดึก ส่วนภาระงานก็ขึ้นอยู่กับองค์กรที่เราทำงาน ถ้าเป็นโรงพยาบาลรัฐ แน่นอน หนักมาก ตื่นมาต้องราวด์คนไข้ ราวด์คนไข้ตั้งแต่ 7 โมง ถึง 10 โมง 3-4 ชม. แล้วก็อาจจะต้องไปดูคนไข้นอก ดูผู้ป่วยนอกที่เรานัดมาอีกซัก 3-4 ชม. เสร็จก็ต้องมาราวด์เย็นอีก มาดูคนไข้เย็นว่าผลตรวจตอนเช้าที่เจาะเลือดไปเป็นอย่างไรบ้าง มาดูอีก 2-3 ชม.ในกรณีคนไข้เยอะเรียกว่าอยู่ทั้งวัน แล้วในบางครั้งยังต้องอยู่เวรตอนกลางคืนอีก เพื่อจะรับปรึกษาจากต่างแผนกหรือว่ามีคนไข้ที่มาใหม่จากแผนกฉุกเฉิน แต่ถ้าอยู่โรงพยาบาลเอกชนก็อาจจะน้อยลงหน่อยนึง เพราะคนไข้อาจจะปริมาณไม่ได้เยอะมาก
ส่วนสภาพด้านจิตใจงานอายุรกรรมเป็นงานที่่ต้องค้นหาโรค และหลายๆ ครั้งเป็นโรคติดเชื้อ คนไข้มีเสมหะ ตรวจปัสสาวะ ตอนทำงานก็ส่ง Lab ตรวจนั่นแหละ แต่ตอนที่เรียนคงต้องตรวจเอง สิ่งที่สำคัญคือจะเจอคนไข้หนักเยอะ คนไข้อายุเยอะ คนไข้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต คนไข้เป็นมะเร็ง ที่ต้องเจอแน่ๆ คือคนไข้เสียชีวิต อายุรกรรมอยู่กับคนอายุเยอะจึงต้องเจอคนไข้เสียชีวิต บางทีต้องปั้มหัวใจ เป็นสิ่งที่เจอบ่อยๆ ในหมอแผนกอายุรกรรม เดี๋ยวๆ ก็ต้องเข้า ICU เป็นเรื่องที่บางทีบางคนอาจจะไม่ชอบ เห็นคนตายทุกวัน คงไม่เยอะขนาดนั้นแต่มันก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องเจออยู่เรื่อยๆ
บุคคลิกที่เหมาะกับสาขานี้  คือ คุณจะต้องเป็นคนที่ชอบคุย ต้อง Socialize ถ้าเป็นคนไม่ชอบเข้าสังคมจะไม่มีความสุขเพราะสายนี้จะต้องคุยกับคนไข้เยอะ เอาประวัติมาเยอะ ตรวจร่างกาย ต้องเจอคนไข้เยอะๆ ถ้าหากเราขี้รำคาญก็คงจะไม่สนุก ก็ต้องเลือกให้เหมาะ ถ้าเป็นคนชอบคุยก็มาเป็นหมออายุรกรรมได้ เพราะว่าชอบคุยกับคนไข้ แล้วเราก็ชอบที่จะดูคนไข้ระยะยาวๆ มีความสุขกับคุณลุงคุณป้า มาเจอกันบ่อยๆ     อีกอย่างต้องเป็นคนที่ตามข้อมูลอยู่เรื่อยๆ อายุรแพทย์มันเป็นศาสตร์ที่กว้าง ต้องอัพเดทอยู่ตลอดว่าโลกไปถึงไหนแล้ว ต้องอ่านผลงานวิชาการ ต้องเป็นคนที่ชอบเรียน ชอบอ่านค่ะ ถ้าเป็นเกมนะสายนี้ก็จะเป็นสายคิดอย่างเดียว

สูตินรีแพทย์ < หมอทำคลอด >
ลักษณะการทำงานคือ
     ถือว่าเป็นงานที่เลอะมากค่ะ ตามตำราแล้วสูตินรีเวชเป็นธุรกิจเลือด เขาใช้คำว่า Bloody Business เรื่องเยอะค่ะ ยกตัวอย่างเช่น คนคลอด เวลาเรายังไม่ท้อง มดลูกเราขนาดจะเท่ากำปั้น พอเราท้องมดลูกจะเท่าลูกแตงโมผลใหญ่ๆ เพราะฉะนั้นเลือดก็จะมาเลี้ยงเยอะ เวลาเลือดออกมันก็จะเยอะมากเลยครับ เขาก็เลยเรียกกันว่าธุรกิจเลือด หมอสูก็จะต้องเปื้อนเลือด เปิ้อนน้ำคร่ำ บางคนเวลาคลอด ช่องที่เด็กจะคลอดออกมา กับทวารจะใกล้กัน บางทีก็จะมีอุจจาระออกมาก่อนเด็กออก  เราก็เห็นจนเป็นเรื่องปกติเรื่องธรรมชาติ ตอนเด็กๆ บางคนเป็นลูกคนหนู บ้านไม่เคยถู แต่ต้องมานั่งดูอุจจาระคนอื่นต่อหน้าต่อตา เช็ดทำความสะอาดให้เขา แต่เราก็ไม่ต้องไปลุยโคลน ลุยเลือดแทน
บุคคลิกที่เหมาะกับสาขานี้คือ  ต้องทนผู้หญิงได้ อันนี้สำคัญอย่างแรก เพราะว่าเราต้องรู้ว่าบางทีที่เขาหงุดหงิดมันไม่ได้มาจากนิสัย แต่เป็นเพราะฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง  เกี่ยวกับร่างกาย เราจะได้คอนเซ็ปต์ว่าจริงๆแล้วเขาไม่ได้เป็นอย่างนี้ อันที่สองคือต้องเป็นคนที่สุขภาพแข็งแรงหน่อย เพราะถ้าตอนกลางคืนคนไข้ต้องทำคลอด เราก็ต้องไปทำให้ ตี 3 เราก็ต้องไปทำ กินข้างอยู่ก็ต้องไปทำ เพราะฉนั้นต้องเป็นคนที่อดทน และต้องคิดแล้วว่าเราจะเป็นสูตินรีแพทย์ เขาใช้หมอสูว่าเป็น True Emergency หมอบางอย่าง เช่นคนไข้ขาหักมา อาจจะรอผ่าตัดได้วันพรุ่งนี้ หักเที่ยงคืน รอห้องผ่าตัด รอนู้นรอนี่ ผ่าอีกทีก็ตอนเช้า แต่คนจะคลอดเขารอไม่ได้  จะเป็นแบบ อกหลับอดนอน กินข้าวเร็ว ทำอะไรเร็วๆ มนุษยสัมพันธ์ดีต้องเป็นกับทุกอาชีพอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องคุยเก่งแต่ต้องเข้าใจเขา ถ้าเราเข้าใจ คุยเก่งหรือคุยไม่เก่งก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา

ศัลยแพทย์  < หมอศัลย์ >
ลักษณะการทำงานคือ
- วินิจฉัยโรคและให้การรักษาโรค การบาดเจ็บ และอาการอื่นๆ ด้วยวิธีการอายุรกรรมหรือศัลยกรรม แก่ผู้ป่วย ผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือทุพพลภาพ และหญิงมีครรภ์
- ทำการผ่าตัดใหญ่และผ่าตัดเล็กชนิดต่างๆ เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ โรค หรือความผิดปกติของร่างกายมนุษย์
- วินิจฉัยโรค สั่งยา และให้การรักษาทางศัลยกรรม ในความผิดปกติในร่างกาย และจิตใจของมนุษย์
- ทำการวิจัยปัญหาทางแพทย์และปฏิบัติงานที่ต้องใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ รวมถึงการตรวจร่างกาย การวินิฉัยโรค การสั่งยา การผ่าตัดเล็ก และการรักษาอาการบาดเจ็บของโรค และอาการ ผิดปกติต่างๆ
- ทำการผ่าตัดใหญ่และผ่าตัดเล็กชนิดต่างๆ เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ โรค หรือความผิดปกติ
- ทำงานเฉพาะการให้คำแนะนำและรักษาทางยาหรือทางผ่าตัดเกี่ยวกับโรคหรือความผิดปกติเฉพาะอย่าง
- ตรวจค้นโรคและความผิดปกติต่างๆ ของมนุษย์ เพื่อทราบลักษณะแแก่นแท้สมติฐาน อาการแสดงผลของโรค และความผิดปกตินั้นๆ
- ช่วยกำหนดวิธีการรักษา ตรวจร่างกายมนุษย์หรือวัถตุจากร่างกายมนุษย์ หรือวัตถุพยานอื่นๆ ที่เกี่ยวกับทางการแพทย์ เพื่อค้นหาและชันสูตรเหตุของความผิดปกติในร่างกาย
บุคคลิกที่เหมาะกับสาขานี้คือ  ต้องมีความขยันสนใจในการศึกษาหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี   มีสุขภาพสมบูรณ์ ทั้งร่างกายและจิตใจไม่มีโรคที่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา  สามารถอุทิศตนยอมเสียสละเวลาและความสุขส่วนตนเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นที่เดือดร้อนจากการเจ็บป่วย มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่รังเกียจผู้เจ็บป่วย มีความเมตตา และมีความรักในเพื่อนมนุษย์ มีความเสียสละที่จะเดินทางไปรักษาพยาบาล ผู้คนในชุมชนทั่วประเทศ  มีมารยาทดี สามารถเข้ากับบุคคลอื่นได้ ทุกระดับ มีความอดทน อดกลั้น และมีความกล้าหาญ  และที่สำคัญคือต้องมีความซื่อสัตย์ในวิชาชีพของตน มีคุณธรรมและจริยธรรมทางการแพทย์ไม่ใช้ความรู้ทางวิชาการ ของตนไปหลอกลวงหรือทำลายผู้อื่น

จักษุแพทย์  < หมอตา >
ลักษณะการทำงานคือ
     ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาลโดยตรวจคนไข้ในที่อยู่ในความรับผิดชอบทุกวันและต้องตรวจคนไข้นอกที่เขามารับการรักษา ผู้ที่เป็นแพทยอาจถูกเรียกตัวได้ทุกเวลาเพื่อทำการรักษาคนไข้ให้ทันท่วงทีผู้ที่เป็นแพทย์ต้องพร้อมเสมอที่จะสละเวลาเพื่อรักษาคนไข้ในสถานที่ทางานจะต้องพบเห็น คนเจ็บ คนป่วยจึงตองมี จิตใจที่เข้มแข็งเพราะหากมีจิตใจที่อ่อนไหวต่อสิ่งที่ได้พบเห็นจะมีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานได้
บุคคลิกที่เหมาะกับสาขานี้คือ  ต้องมีความขยันสนใจในการศึกษาหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี   มีสุขภาพสมบูรณ์ ทั้งร่างกายและจิตใจไม่มีโรคที่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา  สามารถอุทิศตนยอมเสียสละเวลาและความสุขส่วนตนเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นที่เดือดร้อนจากการเจ็บป่วย มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่รังเกียจผู้เจ็บป่วย มีความเมตตา และมีความรักในเพื่อนมนุษย์ มีความเสียสละที่จะเดินทางไปรักษาพยาบาล ผู้คนในชุมชนทั่วประเทศ  มีมารยาทดี สามารถเข้ากับบุคคลอื่นได้ ทุกระดับ มีความอดทน อดกลั้น และมีความกล้าหาญ  และที่สำคัญคือต้องมีความซื่อสัตย์ในวิชาชีพของตน มีคุณธรรมและจริยธรรมทางการแพทย์ไม่ใช้ความรู้ทางวิชาการ ของตนไปหลอกลวงหรือทำลายผู้อื่น

จิตแพทย์ 
ลักษณะการทำงาน
- ตรวจร่างกาย วินิจฉัยอาการทางจิต สั่งยา รักษาอาการผิดปกติของผู้ป่วย โดยการใช้เครื่องมือทดสอบที่เป็นมาตรฐาน ร่วมกับการสังเกตพฤติกรรม การสัมภาษณ์ วิเคราะห์ และแปลผลการทดสอบ
- ตรวจผู้ป่วยและตรวจหรือสั่งตรวจทางเอ็กซเรย์ หรือการทดสอบพิเศษ ถ้าต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม
- พิจารณาผลการตรวจและผลการทดสอบ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางหรือแพทย์อื่นตามความ จำเป็น และวินิจฉัยความผิดปกติ
- บำบัดรักษาอาการความผิดปกติทางจิตโดยสั่งยา หรือการรักษาอย่างอื่น และแนะนำผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยในเรื่องการปฏิบัติตนที่จำเป็นสำหรับรักษาตนให้พ้นจากการป่วยไข้
- เก็บรักษาบันทึกเกี่ยวกับผู้ป่วยที่ได้ตรวจโรคที่เป็นและการรักษาที่ได้ให้หรือสั่ง
- อาจรับผิดชอบและสั่งงานสำหรับพยาบาลในโรงพยาบาลหรือสถาบันอื่น
บุคลิกที่เหมาะกับสาขานี้คือ  ต้องรัดฃกงานนี้ ต้องฟังเยอะ ฟังแล้วคิด แล้วสะท้อนกลับไปผ่านคำพูดเป็นหลัก แต่ในแง่ของการรักษาคนไข้ นอกจากสิ่งที่ต้องทำข้างต้นแล้วยังมีเรื่องของยา Biological อันนี้ก็มีความสำคัญเช่นกัน ไม่ใช่แค่พูดอย่างเดียว อันนั้นเป็นสมัยก่อน เพราะแต่ก่อนเรายังไม่รู้ คนไข้กว่าจะหายก็ช้ามาก แต่พอวิทยาศาสตร์ก้าวหน้า เราก็ได้รู้ว่ามันมีตัวยาที่กินแล้วช่วยปรับอารมณ์ได้เราก็เลยเอายามมาใช้แล้วคนไข้ก็หายดีมากขึ้น

แพทย์โสต คอ นาสิก < หมอหู คอ จมูก >
ลักษณะการทำงาน
งานนี้เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยและรักษาความผิดปกติของหู, จมูก, กล่องเสียงหรือช่องคอ, ศีรษะและคอ ในบางครั้งอาจเรียกย่อได้ว่า อีเอ็นที (ENT; ear, nose and throat: หู จมูก และคอ)
บุคลิกที่เหมาะกับสาขานี้คือ  ต้องช่างสังเกตุ สามารถวิเคราะห์ว่าอาการแบบนี้คือโรคอะไร สามารถอธิบายคนไข้ได้ว่าคนไข้ป่วยเป็นอะไร

พยาธิแพทย์  < ผู้ที่มีอาชีพทางด้านพยาธิวิทยา >
ลักษณะการทำงาน
ศึกษาและวินิจฉัยโรคจากการตรวจอวัยวะ, เนื้อเยื่อ, เซลล์, สารคัดหลั่ง, และจากทั้งร่างกายมนุษย์ (จากการชันสูตรพลิกศพ) พยาธิวิทยายังหมายถึงการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของการดำเนินโรค ซึ่งหมายถึงพยาธิวิทยาทั่วไป (General pathology) พยาธิวิทยาทางการแพทย์แบ่งออกเป็น 2 สาขาหลักๆ ได้แก่ พยาธิกายวิภาค (Anatomical pathology) และพยาธิวิทยาคลินิก (Clinical pathology) นอกจากการศึกษาในคนแล้ว ยังมีการศึกษาพยาธิวิทยาในสัตว์ (Veterinary pathology) และในพืช (Phytopathology) ด้วย
วิชาพยาธิวิทยามักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการศึกษาเกี่ยวกับพยาธิหรือปรสิตเนื่องจากมีคำที่พ้องรูปกัน ซึ่งในความเป็นจริงวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับพยาธิคือวิชาปรสิตวิทยา (Parasitology)
บุคลิกที่เหมาะกับสาขานี้คือ ต้องมีความอดทนสูงเนื่องจากสาขานี้นั้นจะต้องทำงานอยู่กับอวัยวะ เนื้อเยื่อ บลาๆๆๆ ซึ่งรวมถึงการชันสูตรศพด้วย ถ้าไม่อดทนจริงๆคงจะไม่ไหว

รังสีแพทย์
ลักษณะการทำงาน
เป็นแพทย์ที่เรียนจบเฉพาะทางด้านรังสีวิทยา เชี่ยวชาญในด้านการวินิจฉัยโรคโดยอาศัยภาพวินิจฉัย (imaging) เช่น เอกซเรย์ อัลตราซาวด์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพ็ท (PET) และการรักษาโรคโดยใช้ภาพวินิจฉัยนำทางโดยไม่ต้องผ่าตัด เนื่องจากภาพวินิจฉัยบางชนิดใช้รังสีเอ็กซ์ในการสร้างภาพ ดังนั้น รังสีแพทย์จึงได้รับการฝึกฝนให้เข้าใจและปรับใช้รังสีเอ็กซ์ให้เหมาะสมกับผู้ป่วย รวมทั้งการป้องกันอันตรายจากรังสีเอ็กซ์ด้วย

วิสัญญีแพทย์ < หมอดมยา >
ลักษณะการทำงาน
วิสัญญีวิทยาเป็นวิชาที่ต้องประยุกต์ใช้ความรู้กว้างขวาง ทั้งทางกายวิภาค เภสัชวิทยา สรีรวิทยา ฟิสิกส์ และพยาธิวิทยาของอวัยวะต่างๆ ทั้งยังต้องทราบจุดประสงค์และการรักษาของศัลยแพทย์ทุกสาขาที่ผ่าตัดผู้ป่วย (เช่น สูติแพทย์ ประสาทศัลยแพทย์ ศัลยแพทย์ทั่วไป จักษุแพทย์)  วิสัญญีแพทย์ต้องเข้าใจว่า แต่ละโรคทำให้เกิดความผิดปกติอะไรบ้าง ต้องผ่าตัดทำอะไรใช้เวลานานเพียงใด จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างใดเกิดขึ้นกับผู้ป่วย ตั้งแต่ก่อนการผ่าตัด ระหว่างการผ่าตัด และหลังการผ่าตัด ซึ่งวิสัญญีแพทย์จะสามารถช่วยให้ความปลอดภัย ให้เกิดอันตรายน้อยลง หรือช่วยบรรเทาทุกขเวทนาได้
บุคลิกที่เหมาะกับสาขานี้คือ  ต้องมีละเอียดความรอบคอบ  เนื่องจากเป็นงานที่จะต้องบรรเทาความเจ็บปวดของคนไข้ในระหว่างการผ่าตัด และไม่ให้คนไข้ฟื้นขึ้นมาในระหว่างผ่าตัด

กุมารแพทย์  < หมอเด็ก >
ลักษณะการทำงาน
สถานที่ทำงานคือโรงพยาบาล เช่น คลินิกผู้ป่วยนอกเด็กทั่วไป คลินิกดูแลสุขภาพเด็กต่อเนื่อง คลินิกเฉพาะโรค และการดูแลผู้ป่วยในที่รับไว้รักษาตัวใน รพ.  สถานรับเลี้ยงเด็ก  งานอนามัยโรงเรียน (ตรวจสุขภาพนักเรียน ให้ความช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาการเรียนรวมทั้งปัญหาพฤติกรรม)
บุคลิกที่เหมาะกับสาขานี้คือ  เป็นคนรักความเป็นเด็ก ใจเย็น และมีความละเอียดรอบคอบ เพราะเด็กมักจะอยู่เหนือความคาดหมาย อีกทั้งการตรวจร่างกายเด็กก็ทำได้ยาก เพราะเราคงไม่สามารถบังคับให้เด็กร่วมมือในการตรวจได้เหมือนผู้ใหญ่ หมอเด็กจึงต้องใจเย็นและเรียนรู้วิธีที่จะจัดการกับเด็กแต่ละคนซึ่งล้วนแตกต่างกัน

แพทย์เวชปฏิบัติครอบครัว
ลักษณะการทำงาน
แพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ผู้ซึ่งศึกษารูปแบบและปัจจัยต่างๆ ที่มีผลเกี่ยวข้องกับสุขภาพ การเจ็บป่วย และการดูแลสุขภาพตนเอง ของบุคคลในครอบครัวและชุมชน ที่มีความสัมพันธ์กันระหว่างบุคคลและครอบครัว ครอบครัวและสิ่งแวดล้อม รวมถึงพฤติกรรมการดําเนินชีวิต ของกลุ่มคนที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสุขภาพของบุคคล ครอบครัว และชุมชน ไปใช้ในเวชปฏิบัติ

แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู
ลักษณะการทำงาน
จริงๆทุกแผนกหนักหมด แต่ถ้าพูดถึงด้วยตัวปริมาณงานในเวลาเราหนักกว่า แต่เราจะไม่มีกรณีฉุกเฉิน คงไม่มีใครอยากกายภาพตอนตี 2  ถ้าคนไข้ปวดหลัง เขาเข้ามาถึงมันก็ยังไม่ถึงมือเรา จะเป็นเคสของหมอกระดูกไป ไม่จำเป็นว่าคนไข้จะต้องถูกส่งต่อมาทุกคนแต่กรณีปรึกษานอกเวลาจะถูกส่งต่อมาในเวลา แต่คนไข้สามารถ Walk-In มาหาเราได้เลยถ้าหากมีปัญหา สมมติเป็นรองช้ำ ปวดเท้า ก็อาจจะไม่ต้องไปที่กระดูกแต่เดินมาหาเวชศาสตร์ฟื้นฟูได้เลย เราก็เลยดูเหมือนจะสบายกว่าคนอื่นในแง่ที่ว่าเราไม่มีเวร เราไม่ต้องอยู่นอกเวลา ไม่ต้อง On Call ไม่ต้องเฝ้าหอผู้ป่วยนอกเวลา แต่ว่าในเวลาเต็มที่มาก
บุคลิกที่เหมาะกับสาขานี้คือ  ต้องพูดเก่ง ถ้าไม่พูดเลยก็แย่เลยเพราะว่าสุดท้ายแล้วคนไข้ที่มี Disability บางอย่าง สมมติเป็นอัมพาต อยู่ๆ วันนี้เป็นอัมพาตครึ่งซีก หมอเวชศาสตร์ฟื้นฟูเข้าไป “คุณลุง ทำกายภาพกัน” คุณลุงก็คงไม่เข้าใจว่า เขาก็ยังเครียดอยู่เลย ไม่มีแรง ยังจะให้เขามาเดินอีก ไร้สาระ หมอเวชศาสตร์ฟื้นฟูก็จะต้องมีทักษะในการพูดให้เขาเข้าใจว่าตัวโรคของเขาคืออะไร ทำไมต้องทำกายภาพบำบัด กายภาพบำบัดอาจจะดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง ทำให้คนไข้เขาเห็นภาพแล้วมีกำลังใจเพื่อที่จะคุยกับเรา  และต้องเข้าใจคือโรคบางโรคมันไม่หายแต่เราจะต้องทำให้คนไข้อยู่กับมันได้ดีที่สุด ดังนั้น ถ้าเราไม่มีความเสียสละหรือความสงสารต่อคนไข้ คนไข้คนนั้นก็อาจจะต้องถูกทิ้งไปอย่างรวดเร็ว เราจะต้องคอยดูว่า ทำไมคนไข้ยังไม่ออก คนไข้มีปัญหาจริงๆด้วย เราอยากช่วย ต้องมีจุดนี้ก่อนถึงจะเป็นเวชศาสตร์ฟื้นฟูได้ ถ้าไม่มีก็อาจจะคิดว่า เรารักษาเสร็จแล้ว โรคมันก็ไม่มีอะไรแล้ว พอแล้ว จบ แต่คนไข้กลับบ้านไปเป็นอย่างไร ก็ไม่ได้สนใจ เดี๋ยวนักกายภาพก็ไปจัดการเอง แบบนี้ก็ไม่ได้ เพราะไม่อย่างนั้นเราก็จะคิดไม่ออกว่าคนไข้มีปัญหาอะไร เราแก้ปัญหาไม่หมดสุดท้ายการรักษาก็ไม่สำเร็จ อย่างเช่นหากเราไม่รู้ว่าคนไข้กำลังซึมเศร้าอยู่ เราให้เขาทำหมดเลย กายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด เต็มที่ แต่สุดท้ายคนไข้ยังไม่เดิน เพราะคนไข้ไม่อยากเดิน คนไข้รู้สึกว่าชีวิตเขาไร้ค่า จะเดินออกไปข้างนอกก็มีแต่คนว่าเขา ถ้าเราไม่สงสัยและไม่สงสาร มันก็ไปต่อไม่ได้
แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน  < หมอฉุกเฉิน >
ลักษณะการทำงาน
ตรวจคนไข้ที่ฉุกเฉินจริง ๆ ถึงแก่ชีวิต และรวมถึงการไปรับส่งคนไข้ ออกไปกับรถพยาบาล จะเรียกว่า refer ไม่ว่าจะขนส่งคนไข้ทางรถหรือทางเครื่องบิน จะใช้แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินเป็นหลัก เพราะเราไม่รู้จะเจอกับอะไร แพทย์ฉุกเฉินจะมีความชำนาญกว่า





























ขอบคุณข้อมูลจาก :   a-chieve.org , jobnorththailand.com , mycareer-th.com , wikipedia , pantip , healthcarethai , ทรูปลูกปัญญา


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น